บทที่ ๓ หน้า ๑๒ ข้ามไป บทที่ ๔ ข้ามไป บทที่ ๕ กลับไป บทที่ ๑ กลับไป บทที่ ๒ |
![]() |
||||||||||||
........เด็กเล็กๆ เมื่อยังนอนเปลนั้น ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้นุ่งอะไร เป็นชิ้นเป็นอัน นอกจาก ผ้าอ้อม พันตัว เพราะเมืองไทย เป็นเมืองร้อน การแต่งกาย ก็มักใช้ผ้าน้อยชิ้น เมื่อเด็กโตขึ้น ขนาดเริ่มเดินได้ วิ่งได้บ้าง มักจะไปเล่นซน เลอะเทอะ พ่อแม่ จึงไม่ค่อย สวมเสื้อผ้าให้ เป็นแต่ห้อยตะปิ้ง หรือคาดเต่า ปลา กันไม่ให้เนื้อตัว ลุ่นเกินไปนัก ต่อเมื่อโต รู้ความแล้ว จึงนุ่งผ้าผ่อน เหมือนผู้ใหญ่ โดยการตัดทอน ให้เล็กลงตามส่วน เพราะคนไทย นุ่งผ้าเป็นผืน เป็นชิ้น ไม่ได้เย็บพอดีตัว ใส่ด้วยกันได้ เช่น ผ้านุ่ง ผ้าพื้น ผ้าโสร่ง การแต่งเนื้อแต่งตัว ของเด็กสมัยก่อน จะเล่าสู่กันฟัง ตั้งแต่ทรงผมลงไป เลยทีเดียว ไว้ผมทรงอะไรดี แต่เดิมเด็กอ่อนมักเลี้ยงยาก อาจจะเป็นเพราะ การแพทย์ การอนามัย ต่างๆ ยังไม่ก้าวหน้า มีความเชื่อกันว่า เด็กน่ารัก ผีชอบ จึงมาเอาไป คนแต่ก่อน จึงคิดทำให้ เด็กหน้าตาน่าชัง สำหรับผี เช่น โกนผมแล้วไว้ผมทรงต่างๆ ต่อเมื่อ โตได้อายุแล้ว จึงตัด โกนออก ไว้ผมธรรมดา เหมือนผู้ใหญ่ ........ข้อสังเกต นอกเหนือจากนี้ อีกประการหนึ่ง ก็คือ สุขอนามัยสมัยก่อน ยังไม่สมบูรณ์ นัก การโกนผม จึงเป็น การช่วยทางอ้อม ไม่ให้ผิวหนังศรีษะเด็กสกปรก หมักหมม เป็นพุพอง เพราะเด็กเล็กๆ ดูแลความสะอาดยาก บริเวณผิวหนังศรีษะ ยิ่งบอบบาง ไวต่อเชื้อโรค เป็นฝี เป็นผื่นคัน ได้ง่าย การโกนช่วยให้สะอาด อากาศถ่ายเทผ่าน และดูแลรักษา หรือสระง่าย ความเชื่อนี้ ยังคงพบอยู่ในบางพื้นที่ ในชนบทปัจจุบัน
|
บทที่
๓ หน้า ๑๒ ข้ามไป บทที่ ๔ ข้ามไป บทที่ ๕ กลับไป บทที่ ๑ กลับไป บทที่ ๒ |
||||||||||||
ทรงผม![]() |
|
![]() |