Email from Rayong
Email from Rayong

by Worawit Nimkulrat

To read Thai font, see Siamweb.org's "How to install Thai font". If you still have any problems see Thaitalk.

Fourth contact:

ส่วนหนึ่งของประเทศไทย
ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๐ วันที่ ๑๕ กันยา ๔๐
สวัสดีครับชาวสยามเว๊บ

ฉบับก่อนได้เล่านิทานปรัชญาธรรมเรื่อง อ้ายชาติคน แล้ว ซึ่งผมเห็นว่าน่าจะเหมาะกับ สส.บางคน และน่าจะทำการปรับปรุงตัวได้แล้ว เพราะอยากจะบอกว่าประเทศไทยเราน่าจะพัฒนาขึ้น ไม่ใช่พัฒนาลงๆทั้งทางด้านวัตถุและจิตใจ ไม่ใช่พัตนาแต่วัตุ แต่จิตใจยังแย่ก็ใช้ไม่ได้

ส่วนฉบับนี้อยากจะฝากนิทานปรัชญาธรรมจากสวนโมกข์อีกซักเรื่องถึง ผู้เป็นใหญ่เป็นโตในบ้านเมืองเราตอนนี้ ถ้าเพื่อนๆ อ่านแล้วมีความเห็นหรือความคิดประการใดก็ช่วยแจ้งกลับด้วย เรื่อง " ฤาษีลวงเหี้ย " ้

ขอบคุณ
วรวิทย์.

Write what you want เรื่อง " ฤาษีลวงเหี้ย "

ฤาษีจอมปลอมรูปหนึ่งนั่งบำเพ็ญพรตอยู่ชายป่า ในบริเวณที่พอจะทำให้ชาวบ้านที่ผ่านมาผ่านไปเห็นได้สะดวก

บุคลิกของท่าน นำมาซึ่งความเลื่อมใส นุ่งห่มหนังเสือเหลืองเกล้าชฎาเหมือนฤาษีทั่วไป ท่าทีที่สงบของท่านทำให้คนหลงเชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติดี

จึงนำเครื่องสักการะมาบูชาอยู่เนืองๆ ได้อิ่มหนำสำราญไปทุกวันๆ เมื่อมีผู้นำอาหารมาวาย ท่านก็ฉลองศรัทธาทุกครั้งไป ไม่เคยขัดและเมื่อฉันอาหารเสร็จแล้ว

เศษอาหารที่เหลือท่านก็เอาไปเลี้ยงเหี้ยในจอมปลวกที่อยู่ใกล้ๆ ใจบุญซะด้วย ณ อาศรมชายป่าแห่งนี้ ฤาษีท่านได้ฉันอาหารอย่างดีๆ ทั้งนั้น จนติดในรสอาหาร อยากได้กินทุกวัน

วันหนึ่ง มีผู้เอาแกงเนื้อชนิดหนึ่งมาให้ ท่านฤาษีฉันแล้วรู้สึกชอบมาก " รสชาติของแกงเนื้อนี้มันอร่อยจริงๆ " ฤาษีรำพึงในใจ ได้ถามญาติโยมว่า " แกงอะไรจ๊ะโยม อร่อยจริงๆ ? "

" แกงเนื้อเหี้ยค่ะ " โยมตอบ

ฤาษีฟังแล้ว นึกไปถึงเหี้ยในจอมปลวกที่ขุน อยู่แล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

วันรุ่งขึ้น ฤาษีตื่นแต่เช้า คิดหาทางที่จะเอาเหี้ยมาแกงได้แล้ว ก็ออกบิณฑบาตรขอเครื่องแกงจากชาวบ้าน ได้เพียงพอแล้วก็กลับมาสู่อาศรมแกล้งนั่งหลับตาภาวนาตามวัตรปฏิบัติที่เคยทำมา แต่วันนี้ต่างจากวันก่อนๆ มือของฤาษีถือท่อนไม้ไว้ด้วย ทำเป็นหลับตากระต่าย

ฝ่ายพญาเหี้ยโพธิสัตว์ เป็นเหี้ยที่มีความเฉลียวฉลาด สังเกตเห็นอาการพิรุธของฤาษีผู้ที่เป็นที่เคารพนับถือของตน ก็ชักจะสงสัยว่า

" เอ ! วันนี้ทำไมท่านฤาษีจึงหลับๆ ลืมๆ ไม่นั่งหลับตาสนิทเหมือนกับวันก่อนๆ เกิดอะไรขึ้น ?"

พญาเหี้ยโพธิสัตว์ออกมาจากจอมปลวก ไม่กล้าเข้าใกล้ฤาษี ยืนพินิจพิจารณาท่าทางฤาษีอยู่ข้างๆ รู

ฝ่ายฤาษีใจร้อน ไม่รอให้พญาเหี้ยโพธิสัตว์เข้ามาใกล้ๆก่อน ขว้างท่อนไม้ไปหมายเด็ดชีวิต แต่ก็พลาดไปอย่างไม่เป็นท่า

พญาเหี้ยโพธิสัตว์ กระโดดแผล็วหลบเข้าจอมปลอกได้ทันท่วงที ค่อยๆโผล่หัวออกมาดู มองฤาษีจอมปลอมด้วยสายตาเหยียดหยาม ตะโกนกล่าวกะฤาษีว่า

" นี่ท่านฤาษี ! ข้าฯ เข้าใจว่าท่านเป็นสมณะจริงๆ จึงไว้ใจท่าน ไม่ระมัดระวังตัว วันนี้ท่านเอาไม้ขว้างเรา ท่านเป็นสมณะต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เพราะบุคลิกของท่านไม่สงบ น่ากลัว ท่านควรจะเลิกนุ่งห่มหนังเสือ และเลิกเกล้าชฎาได้แล้ว เพราะนั่นเป็นของภายนอก ที่พรางตาชาวบ้าน ท่านเลิกหลอกลวงผู้อื่นได้แล้ว ฤาษีชั่ว ! "

ฤาษีแกล้งกลบเกลื่อนว่า " เหี้ย ! ออกมาเิด อย่าโกรธเราเลย มามะ มากินอาหารนี่ ตะกี้นี้เราล้อท่านเล่น แกล้งทดลองใจดู มันอาจจะแรงไปหน่อย แต่เรามิได้เจตนา เราขอโทษนะ "

พญาเหี้ยโพธิสัตว์ ด่าออกไปว่า

" ฤาษีใจชั่ว ! ข้าฯ ไม่หลงกลท่านแน่ ข้าฯ จักมุดอยู่ในจอมปลวกนี้แหละ จักไม่ออกไปกินอาหารของท่านเป็นอันขาด ท่านมันเป็นคนหลอกลวง แหม ! ทำเป็นหลับตาเข้าาน ที่ไหนได้ จิตใจมีแต่ความโสมม "

ฤาษีอย่างนี้ จะมีอยู่มากหรือไม่ในประเทศไทย ก็ยังสงสัยอยู่ คติธรรมจากนิทานเรื่องนี้คือ ความหลอกลวงใช้ไม่ได้นาน คนหลอกลวง แม้จะเก่งกาจขนาดไหน ก็อยู่ไม่ได้นาน สักวันหนึ่งความจริงย่อมปรากฏ

( คัดลอกจาก หนังสือปรัชญาธรรม จากสวนโมกข์ เรียบเรียงโดย คุณไพโรจน์ อยู่มณเฑียร สำนักพิมพ์สร้อยทอง )

[Back to Email from Rayong] [Back to Social corner] [Back to Siamweb homepage]


SiamWEB Home Page

Written by Worawit Nimkulrat
Maintained By Yujira
Copyright 1997