|
คืนวันอาทิตย์ ๒ พย. ๔๐
ระยอง ประเทศไทย
สวัสดีครับคุณยุและชาวสยามเว๊บ
ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาประเทศไทยก็เหมือน
เดิม คือเศรษฐกิจของประเทศทรุดลงเรื่อยๆ ค่าเงินบาท
ลอยตัว ก็ลอยมาถึง ๔๑ บาทกว่าๆต่อดอลล่าห์ อีกไม่นาน
ก็คงจะถึง ๕๐ บาทต่อดอลล่าห์ ภายในสิ้นปีนี้ ค่าครองชีพสูง
ขึ้นเรื่อยๆ ราคาน้ำมันยังไม่มีท่าทีจะหยุดได้แต่ปรับ
ราคาสูงขึ้น ราคาสินค้าแพงขึ้นเรื่อยๆ และรัฐบาลก็ยังไม่สามารถ
จะดำเนินการแก้ไขเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมได้เลย หรือมีวิธีอยู่ก็ช่วย
ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบหน่อย ไม่ใช่บอกแต่ว่าต้องการ
เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปอีกและอยากเป็นนายกรัฐมนตรีของชาว
อีสานอีกในสมัยต่อไป แต่ถ้าได้เป็นจริงๆ ก็เคราะห์กรรมของ
ประชาชน ที่ต้องรับต่อไป แต่ขอภาวนาว่าอย่ามาอีกเลย แค่นี้ก็ย่ำ
แย่พอแล้ว อย่าให้แย่กว่านี้อีกเลย และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาทาง
รัฐบาลได้ออกมาแก้ตัวอย่างหนักแน่นอีกว่าเศรษฐกิจที่ทรุดโทรมอยู่ขณะ
นี้เป็นเพราะความผันผวนของเศรษฐกิจโลก รัฐบาลช่างไม่รู้จักกับความ
รับผิดชอบบ้างเลย ได้แต่แนะนำว่าควรจะติดตามข่าวสารต่างประเทศ
สักหน่อยน่าจะรู้ดีกว่านี้ ซึ่งเมื่อวานซืนนี้สำนัก
ข่าวต่างประเทศและอาเซียนได้ระบุว่าเศรษฐกิจของไทยที่ย่ำแย่ตอน
นี้ส่วนหนึ่งเป็นมาจากไม่มี
ความแข็งแกร่งทางการเมืองและผู้นำ ถ้าไม่เชื่อก็ลองตรวจสอบ
ข่าวดูได้ และเมื่อวานมีข่าวน่าสนใจเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี
มาเลเซีย ดร.มหาธีร์ โมหัมหมัด ได้ออกมาพูดถึงประเทศที่เจริญ
ทางเศรษฐกิจ ได้เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ในอาเซียน โดยอาศัยความ
ได้เปรียบทางการค้าบีบและใช้ช่องว่างของระบบการค้าเสรีเปิดทาง หาก
พิจารณาให้ดี ก็น่าสนใจไม่น้อย ซึ่งก็เป็นไปได้สูงสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ในปัจจุบันและก็จะเกิดขึ้นในอนาคต ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครบ้างมั้ยในประเทศไทย ที่ควบคุม
และกำกับดูแลทางเศรษฐกิจของประเทศจะเตรียมการรับมือ วางแผนระยะยาว
เกี่ยวกับเศรษฐกิจระยะยาว หรือว่าจะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะ
ตายจากไป ตัวใครตัวมัน อ้อลืมไปใช้คำว่า "มัน" ไม่สุภาพ ต้องใช้
คำว่า " POTATO" ถึงจะสุภาพ ท้ายนี้ก็ฝากเรื่องสั้นทางพุทธศาสนา
ให้อ่านเล่น แค่นี้ละครับ
ขอบคุณ
วรวิทย์..
"ใจร้อนเหมือนไฟ"
โยเซน ซากุ อาจารย์เซ็นรูปแรกที่เดินทาง
ไปอเมริกากล่าวว่า " ใจฉันร้อนเหมือนไฟ แต่ตาฉันเย็น
เหมือนกับเถ้าอัน ดับสนิท " ท่านได้วางกฎ ซึ่งตัวท่านเอง
ได้ปฏิบัติมาตลอดชีวิต ดังต่อไปนี้
ตอนเช้า ก่อนแต่งตัว จุดธูปนั่งกรรมฐาน
พักผ่อน และพักฉันอาหารตามเวลากำหนด
ฉันพอประมาณ
ไม่ฉันด้วยความติดในรสอาหาร
เวลารับแขก ทำความรู้สึกเหมือนเวลาอยู่คนเดียว
และเวลาอยู่คนเดียวก็ทำความรู้สึกเหมือนกับเวลารับแขก
พูดอย่างระมัดระวัง พูดอย่างใดทำอย่างนั้น
อย่างปล่อยโอกาสให้ผ่านไปเปล่า
คิดไตร่ตรองก่อนทำ
อย่าเสียใจเรื่องที่ผ่านไปแล้ว จงมุ่งมองเฉพาะอนาคต
กล้าอย่างวีรบุรุษ รัก (บริสุทธิ์) อย่างเด็ก
เวลาเข้านอน จงหลับดั่งหนึ่งว่ามันเป็นการนอนครั้งสุดท้าย
เวลาตื่น จงรีบลุกทิ้งเตียงทันที ดังหนึ่งสลัดรองเท้าคู่เก่าทิ้งไป
( คัดลอกจาก หนังสือเนื้อหุ้มกระดูก โดย คุณเสถียร วรรณพงษ์ สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งที่ ๘ )
|