*Note* Need to install Thai font to read this properly
Sorry don't have english version yet!

วัสดีวันวาเลนไทน์ค่ะ เช้านี้ตื่นมาก็พบว่า ฮาร์ดดิสก์ของสยามเวบเต็มค่ะ บริการต่างๆก็หยุดชะงักไป เล่นวุ่นอยู่จนกระทั่ง บ่ายสามโมงแล้ว ยังไม่เรียบร้อยเลย ขอขอบคุณหลายๆคนเลยนะคะ ที่ mail มาอวยพรวัน วาเลนไทน์ ปลื้มใจจัง ถึงแม้จะมีคนบอกว่า ถ้าเราให้ความสำคัญกับวันทุกวัน อยู่แล้ว วันวาเลนไทน์ก็เป็นเพียง แค่วันหนึ่งเท่านั้น แต่มันก็อดปลื้มไม่ได้นี่ค่ะ ที่มีอยู่วันนึง เราได้รับความรักมากเป็นพิเศษ ไม่ผิดอะไรไม่ใช่เหรอค่ะ ถ้าเราไม่ฟุ่มเฟื่อยโดยการซื้อดอกไม้แพงๆ พาไปทานอาหารหรูๆ

สำหรับประวัติวันวาเลนไทน์ มันน่าเศร้า นะคะ ไม่เห็นหวานแหววเลย ในตำนานปรัมปราของโรมันมีอยู่ว่า ในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 3 ใครนับถือพระเจ้าองค์อื่นนอกเหนือจากเทพเจ้าของโรมันแล้วจะต้องได้รับโทษอย่างหนัก มีคริสตชนคนหนึ่งอาศัยอยู่ในกรุงโรมชื่อ "เซนต์วาเลนไทน์" หรือ "นักบุญวาเลนตินัส" ทุกวันจะต้องนำอาหารไปวางบนประตูบ้านคนยากจน ปรนนิบัติต่อพระเจ้าอย่างเคร่งครัด และเปิดเผยตัวเองว่าเป็นคริสเตียน ทำให้เขาถูกจำคุก ในคุกเขาได้อธิษฐานทูลขออำนาจจากพระเจ้าให้รักษาลูกสาวของผู้คุมที่ตาบอดได้สำเร็จ จนทำให้ผู้คุมกับครอบครัวประกาศตัวเป็นคริสเตียนตามเขา เมื่อจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 แห่งโรมทรงทราบ จึงโกรธมากสั่งให้นำตัวเซนต์วาเลนไทน์ไปโบยตี แล้วนำไปตัดศีรษะ ซึ่งตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 ต่อมาในรัชสมัยของจักร-พรรดิคอนสแตนติน ทรงรับเอาคริสต ศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติของอาณาจักรโรมันในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ถัดจากวันที่เซนต์วาเลนไทน์ถูกประหารหนึ่งวัน ถือเป็นวันพิธี "ลูเพอร์กาเลีย" ซึ่งเป็นพิธีทางศาสนาของโรมันที่เปิดโอกาสให้หนุ่มสาวเลือกคู่กัน จึงให้รวมทั้งสองวันเข้าด้วยกันเรียกว่า "วันวาเลนไทน์" นับตั้งแต่นั้นมา ด้วยเหตุนี้ชาวตะวันตกที่ส่วนใหญ่นับถือคริสต์จึงให้ความสำคัญของวันนี้กันอย่างมาก ทั้งนี้ก็เพื่อระลึกถึงนักบุญวาเลนตินัส (ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2542)

เตรียมพบกับ คอลัมน์ใหม่เร็วๆนี้ ผู้ดูแลเป็นพี่สาวที่น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกก โปรดอดใจรอด้วยนะคะ

    ถ้าคุณต้องการทราบเมื่อเนื้อหาบทความนี้ มีการเปลี่ยนแปลง กรุณาระบุ e-mail ที่เราสามารถติดต่อคุณได้

    ท้ายนี้ที่ของคุณสำหรับเขียนระบายแล้วเจอกันอีกฉบับหน้าคะ